การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม เปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion hearing) งานศึกษาความเหมาะสมทางวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแนะนำและให้ข้อมุลส่วนที่เป็นสาระสำคัญของโครงการแก่นักลงทุนของภาคเอกชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากนักลงทุนและผุ้ที่เกี่ยวข้อง สำหรับนำไปประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน พ.ศ. 2562 ณ ห้องคาร์ลตัน แกรนด์ บอลรูม ชั้น 9 โรงแรมคมร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท รวมถึงมีภาคเอกชนให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมทางไกลผ่านการประชุมออนไลน์ (ZOOM) การประชุมครั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ผู้ประกอบการจัดหาและติดตั้งระบบจัดการจราจร จดเก็บค่าผ่านทาง และที่เกี่ยวเนื่อง ผู้ประกอบการบริหารจัดการกิจการทางพิเศษ ทางหลวงพิเศษแลละที่เกี่ยว้อขง นักลงทุน ผู้ประกอบการ สถาบันการเงินและภาคเอกชนทั่วไปที่สนใจโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ และกลุ่มผู้สนใจลงทะเบียนเพิ่มเติม มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวนทั้งสิ้น 815 คน แบ่งออกเป็นผู้เข้าร่วมประชุม ณ สถานที่จัด (Onsite) 197 คน ผู้เข้รา่วมประชุมออนไลน์ (Online) 38 คน และ Live Facbbook 580 คน


นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า การดำนเนิงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยยกระดับความมั่นคงด้านคมนาคม ความปลอดภัยสาธารณะ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ปัจจุบันการเดินทางเข้า-ออก เกาะสมุย มีเพียง 2 รูปแบบ คือ ทางน้ำและทางอากาศ ซึ่งมีข้อจำกัดและเปราะบางต่อสภาพอากาศ ส่งผลต่อประชาชน การท่องเที่ยว และการรับมือเหตุฉุกเฉิน อีกทั้งโครงการนี้ไม้่ได้เป็นเพียงสะพานเพื่อการคมนาคมเท่านั้น แต่เป็นโครงการที่ออกแบบให้รองรับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และระบบสายสื่อสาร จนนำไปสู่การลงนาม MOU ร่วมกันระหว่าง การท่องพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟผ.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับโครงข่ายการคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานให้สามารถเชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่สู่เกาะสมุยได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศอย่างยั่งยืน


โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย เป็นทางพิเศษยกระดับข้ามทะเลเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินและเกาะสมุย ขนาด 4 ช่องจราจร (ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าทางทิศตะวันออกตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลควนทอง อำเภอขนอม จังหวัดนครสรีธรรมราช จากนั้นแนวเส้นทางทุ่งหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านพื้นที่สวนปาล์มและผ่านอ่าวประทับแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเข้าเชื่อมเกาะสมุยบริเวณเนินเขาแหลมสอ และมีจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4170 ในพื้นที่ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบะทางรวมประมาณ 37.41 กิโลเมตร




สำหรับมูลค่าการลงทุนโครงการ ประกอบด้วย ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่าก่อสร้างโครงการ ค่าควบคุมงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการฯ รวมเป็นมุลค่าการลงทุนประมาณ 74,044 ล้านบาท โดยโครงการมีผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) ร้อยละ 15.58 และผลตอบแทนด้านการเงิน (FIRR) ร้อยละ -0.31 ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2571 และมีกำหนดเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2576 ทั้งนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยังได้มุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางระหว่างเกาะสมุยกับแผ่นดินใหญ่ เสริมสร้างความมั่นคงของระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคบนเกาะสมุย




