การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30-12.30 น. ณ ห้องประชุมคอนเวนชั่น 1 แก้วสมุย รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นางสาวณัฐฐา กาสี รองผู้ว่าการ (การเงิน บัญชี และพัฒนาธุรกิจ) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และ นายจุมพฎ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมเป็นประธานเปิดการประชุมฯ มีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน องค์กรเอกชน ด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการอิสระ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมฯ และผ่านช่องทางออนไลน์ รวมทั้งหมด 193 คน

งานศึกษาของโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยนี้เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางสู่เกาะสมุย รวมไปถึงเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมและเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางไปยังเกาะสมุย และส่งเสริมการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดย กทพ. ได้มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอพซิลอน จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด ดำเนินการศึกษาฯ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 มีระยะเวลาดำเนินการศึกษา 36 เดือน (1,080 วัน)
โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงาน และได้นำมาจัดการประชุมเพื่อเสนอสรุปผลการศึกษาเพื่อรับฟังความคิดเห็น จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และการเงิน ผลการสำรวจและออกแบบกรอบรายละเอียด งานศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม งานวิเคราะห์ความเหมาะสมการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการ
.JPG)
.JPG)
ข้อสรุปแนวเส้นทางและรูปแบบของโครงการฯ ที่มีความเหมาะสมที่สุด ทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจการลงทุน และสิ่งแวดล้อม มีจุดเริ่มต้นโครงการฯ บริเวณ กม.14+500 ของทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านพื้นที่ตำบลควนทอง ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และไปสิ้นสุดโครงการฯ โดยเชื่อมต่อกับทางหลวง หมายเลข 4170 ที่ กม.9+000 บริเวณตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย ระยะทางรวม 37.41 กิโลเมตร ถนนของโครงการฯ ในช่วงที่ตัดผ่านพื้นที่อำเภอดอนสัก มีรูปแบบเป็นทางพิเศษระดับดินขนาด 4 ช่องจราจร มีรั้วกั้นตลอดแนวเส้นทางโครงการทั้งสองฝั่ง เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทางพิเศษ และมีทางบริการทั้ง 2 ด้าน เพื่ออำนวยความสะดวก โดยจะใช้เขตทางเพื่อก่อสร้างทางพิเศษกว้าง 70 เมตร
.jpg)
-1.jpg)
ความโดดเด่นของทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย คือ ช่วงโครงสร้างสะพานข้ามทะเลที่มีระยะทางราว 22 กิโลเมตร ที่จะมีช่วงก่อสร้างสะพานขึง ที่มีเสาสูงถึง 135 เมตร มีความยาวช่วงสะพานประมาณ 300 เมตร และมีความสูงของช่องลอดใต้ช่วงกลางมากกว่า 50 เมตรจากความสูงระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อให้เรือขนาดใหญ่สามารถลอดผ่านได้อย่างปลอดภัย ด้วยการออกแบบตามมาตรฐานสากลให้มีเสถียรภาพมากที่สุดภายใต้แรงลมและแรงแผ่นดินไหว และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและจะเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเกาะสมุย
-2.jpg)
-3.jpg)
ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยจะมีด่านเก็บค่าผ่านทางบนแนวเส้นทางโครงการที่ กม.8+500 ในบริเวณดังกล่าวยังประกอบด้วยอาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษ (CCB) อาคารกู้ภัยและซ่อมบำรุง รวมถึงที่พักริมทาง (Rest Area) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางพิเศษทั้งทิศทางขาไป-ขากลับเกาะสมุย
-4.jpg)
-5.jpg)
โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยไม่มีช่วงเส้นทางที่ตัดผ่านพื้นที่ต้นน้ำลำธาร โดยตลอดเส้นทางตัดผ่านชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 5 ซึ่งถือว่า เป็นเส้นทางที่ไม่มีผลกระทบต่อสภาพความเป็นต้นน้ำลำธาร ในส่วนของช่วงเส้นทางที่อยู่บนแผ่นดิน นอกจากพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ดูแลรับผิดชอบของทางราชการที่ต้องขอใช้พื้นที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังมีที่ดินของเอกชนที่ต้องมีการเวนคืนที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ
1-6.jpg)
ที่ดินของเอกชนที่ต้องเวนคืนที่ดิน จำนวน 277 แปลง และมีอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ จำนวน 45 หลัง เฉพาะในพื้นที่โครงการในเขตอำเภอดอนสัก มีที่ดินที่ต้องเวนคืนจำนวน 55 แปลง และสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรื้อย้าย จำนวน 9 หลัง ซึ่งในที่ประชุมระบุว่าการทดแทนราคาที่ดินจะอ้างอิงตามราคาซื้อขายกันในท้องตลาดในปีที่มีการเวนคืน ในขณะที่สิ่งปลูกสร้างที่ถูกรื้อย้ายจะได้รับค่าทดแทนในราคาประเมินสำหรับปลูกสร้างนั้นในปีที่มีการเวนคืน และยังมีการทดแทนไม้ผลไม้ยืนต้น ตลอดจนผลผลิตและความเสียหายอื่น ๆ อย่างเป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2562
1-5.jpg)
มูลค่าลงทุนของโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย รวมทั้งสิ้น 74,044 ล้านบาท เมื่อเปิดใช้บริการ คาดว่าจะมีปริมาณจราจรที่ใช้โครงการ ณ ปีเปิดให้บริการ (ปีงบประมาณ 2577) เท่ากับ 3,049 คันต่อวัน จัดเก็บค่าผ่านทางแยกตามประเภทของรถในอัตราเดียวกันตลอดทั้งโครงการ (Flat Rate) โดยในที่ประชุมได้เสนอว่า อัตราค่าผ่านทาง ณ ปีเปิดให้บริการ (ปีงบประมาณ 2577) สำหรับรถ 4 ล้อ รถ 6-10 ล้อ และรถมากกว่า 10 ล้อ เท่ากับ 1,000 2,000 และ 3,000 บาทต่อคันตามลำดับ คิดเป็นรายได้ค่าผ่านทาง 3.25 ล้านบาทต่อวัน และกำหนดให้ปรับอัตราค่าผ่านทางทุก ๆ 5 ปี
โดยคาดการณ์ว่าปริมาณจราจรในปีที่ 30 (ปีงบประมาณ 2606) เท่ากับ 10,339 คันต่อวัน คิดเป็นรายได้ค่าผ่านทาง 14.11 ล้านบาทต่อวัน โดยมีรายได้ค่าผ่านทางรวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอด 30 ปี ประมาณ 80,108 ล้านบาท โครงการ ฯ นี้ นอกจากจะเป็นทางพิเศษเชื่อมแผ่นดินกับเกาะที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางที่มีประโยชน์สูงสุดเป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวแล้ว ยังมีการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานสาธารณูปโภค ในการที่จะนำระบบไฟฟ้า ประปา และสื่อสารข้ามทะเลจากฝั่งแผ่นดินใหญ่มายังเกาะสมุยบนโครงสร้างสะพานเชื่อมเกาะสมุย ซึ่งจะทำให้ชาวเกาะสมุยมีระบบสาธารณูปโภคที่มั่นคง สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี สนับสนุนการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้เต็มประสิทธิภาพ
หลังจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) ครั้งนี้แล้ว กทพ. จะมีการจัดทำการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) และจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อพัฒนาโครงการฯ โดยดำเนินการขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป คาดว่าจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในปี พ.ศ. 2572 และเปิดให้บริการปลายปี พ.ศ. 2576
.JPG)
.JPG)
.JPG)